แชร์

คลอรีน 90% จำเป็นต่อทุกสระว่ายน้ำ ทำไมต้องมีติดบ้านไว้เสมอ?

อัพเดทล่าสุด: 6 ธ.ค. 2025
1651 ผู้เข้าชม

คลอรีน 90% จำเป็นต่อทุกสระว่ายน้ำ ทำไมต้องมีติดบ้านไว้เสมอ?


ในปัจจุบันเจ้าของสระว่ายน้ำมีตัวเลือกหลากหลายสำหรับระบบบำบัดน้ำ ไม่ว่าจะเป็นระบบน้ำแร่ ระบบเกลือ ระบบ Ionizer ระบบ Oxidation ระบบ CopperSilver ระบบ Ultrasonic ระบบ Freshwater หรือระบบสุขภาพอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งหลายระบบถูกโปรโมตว่าเป็นระบบที่ ไม่ต้องใช้คลอรีน

แต่ความจริงที่สำคัญคือ
ระบบเหล่านี้เป็นเพียงระบบรอง (Secondary Sanitizer)
ไม่ใช่ระบบหลักในการฆ่าเชื้อแบบรวดเร็ว ดังนั้น คลอรีน 90% จึงยังคงจำเป็นสำหรับทุกสระว่ายน้ำ ไม่ว่าจะใช้ระบบประเภทใดก็ตาม


คลอรีน 90% คืออะไร และทำงานอย่างไร?


คลอรีน 90% เช่น Trichloroisocyanuric Acid (TCCA) เป็นคลอรีนความเข้มข้นสูงที่มีคุณสมบัติฆ่าเชื้อโรคได้อย่างรวดเร็วมาก (Rapid Sanitizer) สามารถกำจัดเชื้อที่ปนเปื้อนในน้ำ เช่น ไวรัส แบคทีเรีย รวมถึงตะไคร่ขนาดเล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ

องค์การอนามัยโลก (WHO) ยังยืนยันว่า


คลอรีนเป็นหนึ่งในระบบฆ่าเชื้อโรคที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็วที่สุดสำหรับสระว่ายน้ำทั่วโลก


เหตุผลที่ทุกสระต้องมีคลอรีนเสมอ แม้จะใช้ระบบอื่นร่วมด้วย


-ระบบรองทำงานช้า
-ระบบบำบัดน้ำแบบสุขภาพหรือระบบทางเลือกต่าง ๆ ไม่สามารถฆ่าเชื้อได้ทันทีเมื่อมีสิ่งปนเปื้อนใหม่เข้ามาในสระ
-ยังมีเชื้อบางชนิดที่ระบบรองฆ่าไม่ได้
เช่น แบคทีเรียบางกลุ่มหรือไวรัสบางชนิดที่ทนทาน ซึ่งคลอรีนสามารถกำจัดได้อย่างรวดเร็ว
-กรณีฉุกเฉิน คลอรีนคือสิ่งเดียวที่ช่วยได้ทันที
เช่น น้ำเริ่มขุ่น มีกลิ่น ค่า ORP ต่ำ หรือมีผู้ใช้สระจำนวนมาก ระบบรองไม่สามารถฟื้นคุณภาพน้ำได้ทันที แต่คลอรีนสามารถทำได้
-เป็นสารฆ่าเชื้อที่มาตรฐานโลกยอมรับ
ใช้งานง่าย ปลอดภัยเมื่อใช้ในปริมาณที่เหมาะสม และมีข้อมูลรองรับมายาวนาน

ถ้าสระเป็นระบบสุขภาพ ควรเติมคลอรีนเท่าไหร่?


แม้จะใช้ระบบที่ไม่ใช่คลอรีนโดยตรง แต่ควรเติมคลอรีนในระดับเบามาก เพื่อป้องกันเชื้อโรคที่เข้ามาใหม่

ค่าที่แนะนำคือ
0.5 ppm
ซึ่งเท่ากับค่าคลอรีนในน้ำประปา และไม่ทำให้เกิดกลิ่นหรือความระคายเคือง แต่เพียงพอที่จะช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ทันเวลา


สรุป 
คลอรีน 90% เป็นระบบฆ่าเชื้อหลักของสระว่ายน้ำ เพราะสามารถกำจัดเชื้อโรคได้เร็วที่สุด และได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลก ระบบบำบัดน้ำอื่น ๆ เช่น ระบบเกลือ น้ำแร่ Ionizer Ozone UV CopperSilver หรือระบบสุขภาพอื่น ๆ ล้วนทำหน้าที่เป็นระบบรอง ไม่สามารถแทนคลอรีนได้ทั้งหมด สระทุกประเภทจึงควรมีคลอรีนสต็อกไว้ตลอดเวลา และควรรักษาระดับคลอรีนขั้นต่ำประมาณ 0.5 ppm เพื่อป้องกันเชื้อโรคที่เข้าสู่สระใหม่และเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ใช้

Click !Shopping Chlorine for your pool

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
สระเกลือน้ำเขียว แก้ยังไง? สาเหตุ–วิธีแก้ พร้อมรีวิวการใช้ Algae stop CU ให้กลับมาใสปิ๊ง
✔ “สระเกลือน้ำเขียว” ✔ “สระเกลือมีตะไคร่” ✔ “แก้น้ำเขียวสระว่ายน้ำ” ✔ “กำจัดตะไคร่สระว่ายน้ำ”
ปิดบ้านช่วงปีใหม่ 7-10 วัน  ดูแลสระว่ายน้ำอย่างไรกลับมาแล้วน้ำใส เล่นได้ทันที สะอาด ประหยัด ปลอดภัย
ช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นช่วงเวลาที่หลายครอบครัวต้องเดินทางต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ บ้านจึงถูกปล่อยทิ้งไว้หลายวัน โดยเฉพาะบ้านที่มีสระว่ายน้ำ มักเกิดความกังวลว่าน้ำจะเขียว มีกลิ่น หรือกลับมาแล้วต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการล้างสระหรือเปลี่ยนน้ำใหม่ ความจริงแล้ว การปิดสระว่ายน้ำ 7–10 วันไม่ใช่เรื่องยาก หากเข้าใจหลักการดูแลน้ำที่ถูกต้อง หัวใจสำคัญคือการเตรียมสภาพน้ำให้พร้อมตั้งแต่ก่อนเดินทาง โดยใช้เคมีที่เหมาะสมให้สามารถทำงานแทนการดูแลรายวัน ลดความเสี่ยงจากตะไคร่ เชื้อโรค และสิ่งสกปรกที่สะสมระหว่างช่วงไม่มีคนอยู่ สูตรดูแลสระแบบใส่ครั้งเดียวสำหรับ 10 วันนี้ ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับบ้านพักอาศัยทั่วไป ทั้งบ้านที่ไม่มีระบบควบคุมอัตโนมัติ และบ้านที่สามารถตรวจสอบระบบผ่าน Smart Home หรือ Smart App ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปิดระบบทั้งหมดตลอดเวลา หากเลือกใช้เคมีให้ถูกชนิดและเหมาะสมกับขนาดสระ เมื่อกลับมาจากการเดินทาง คุณจะพบว่าน้ำในสระยังใสสะอาด เพียงดูดตะกอนเล็กน้อย ก็สามารถลงเล่นน้ำได้ทันที โดยไม่ต้องล้างสระหรือเปลี่ยนน้ำใหม่ให้ยุ่งยาก
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้