แชร์

ปิดบ้านช่วงปีใหม่ 7-10 วัน ดูแลสระว่ายน้ำอย่างไรกลับมาแล้วน้ำใส เล่นได้ทันที สะอาด ประหยัด ปลอดภัย

อัพเดทล่าสุด: 19 ธ.ค. 2025
382 ผู้เข้าชม

ปิดบ้านช่วงปีใหม่ 7-10 วัน

ดูแลสระว่ายน้ำอย่างไรกลับมาแล้วน้ำใส เล่นได้ทันที?

 



ช่วงเทศกาลปีใหม่ เป็นช่วงเวลาที่หลายครอบครัวต้องเดินทางต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ บ้านไม่มีคนอยู่หลายวัน โดยเฉพาะบ้านที่มีสระว่ายน้ำ มักเกิดคำถามสำคัญว่า

ถ้าไม่มีใครอยู่บ้าน 7-10 วัน สระว่ายน้ำจะดูแลอย่างไรดี?

หลายคนกังวลว่าน้ำจะเขียว มีกลิ่น หรือกลับมาแล้วต้องล้างสระ เปลี่ยนน้ำใหม่ ซึ่งทั้งเสียเวลาและค่าใช้จ่าย บทความนี้จะอธิบาย หลักการและแนวทางการปิดสระ 10 วัน ที่ถูกต้อง โดยไม่ต้องพึ่งการดูแลรายวัน และสามารถนำไปปรับใช้ได้กับบ้านหลายรูปแบบ


หลักการพื้นฐานของน้ำในสระช่วง ไม่มีคนใช้งาน

ตามหลักการดูแลน้ำ สภาพน้ำในสระจะเปลี่ยนแปลงจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่

1.จุลินทรีย์ เชื้อโรค และตะไคร่
เกิดจากแสงแดด ความร้อน และสารอาหารในน้ำ แม้ไม่มีคนว่ายน้ำ ตะไคร่ก็ยังสามารถเติบโตได้
2.สิ่งสกปรกและตะกอนแขวนลอย
เช่น ฝุ่น ใบไม้ ละอองฝน ซึ่งสะสมทีละน้อยจนทำให้น้ำขุ่น
3.การหมุนเวียนน้ำ
เมื่อน้ำอยู่นิ่งนาน จะเกิดการสะสมของสิ่งสกปรกในบางจุด และลดประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อ
ดังนั้น การปิดสระที่ดี ไม่ใช่แค่ ปิดระบบ แต่ต้องมีการเตรียมสภาพน้ำให้สามารถคงคุณภาพได้ตลอดช่วง 710 วัน


หลักคิดของสูตรปิดสระ 10 วัน

สูตรดูแลสระนี้ออกแบบมาเพื่อ

1.บ้านที่ไม่มีคนอยู่หลายวัน
2.บ้านที่ไม่สามารถควบคุมระบบผ่าน Smart Home หรือ Smart App ได้
ต้องการกลับมาแล้ว ไม่ต้องเปลี่ยนน้ำใหม่

หัวใจของแนวคิดคือ

1.ใช้เคมีให้ทำงานแทนคน
2.ลดความเสี่ยงจากการเปิดระบบไฟฟ้าโดยไม่มีคนอยู่

ทั้งนี้ การเติมเคมีต้องพิจารณาจากขนาดสระเป็นหลัก
สูตรที่อธิบายต่อไปนี้ เป็นตัวอย่างสำหรับ สระบ้านขนาดประมาณ 50 ลูกบาศก์เมตร (50 m³)
หากสระมีขนาดแตกต่าง ควรปรับปริมาณให้เหมาะสม


สูตรดูแลสระ ใส่ครั้งเดียว อยู่ได้ 10 วัน

1. กำจัดและป้องกันตะไคร่

Algae Stop Cu ใช้ปริมาณ1 ลิตร ต่อสระ 50 m³

โดยปกติ การใช้งานทั่วไปจะอยู่ที่

1 ลิตร ต่อ 100 m³ หรือ 0.5 ลิตร ต่อ 50 m³
แต่ในกรณีปิดสระ 710 วัน แนะนำให้เพิ่มปริมาณเป็น 1 ลิตร ต่อสระ 50 m³
เพื่อให้สารยับยั้งตะไคร่มีฤทธิ์ครอบคลุมตลอดช่วงที่ไม่มีการดูแล ช่วยลดความเสี่ยงน้ำเขียวจากแดด ฝน และความร้อน

สั่งซื้อ Algae Stop Cu 

2. ปรับน้ำใส และเร่งการตกตะกอน

Liquid Flocculant 1 ลิตร ต่อสระ 50 m³

ตามหลักการทางฟิสิกส์ อนุภาคขนาดเล็กในน้ำจะมีประจุไฟฟ้า ทำให้ลอยตัวและไม่ตกลงพื้น
Liquid Flocculant จะช่วยรวมอนุภาคเล็กเหล่านี้ให้กลายเป็นก้อนใหญ่และตกลงก้นสระ

ผลลัพธ์คือ

น้ำไม่ขุ่นสะสม
สิ่งสกปรกลงไปกองที่พื้น
หลังเดินทางกลับมา เพียงดูดตะกอนออก น้ำก็กลับมาใสโดยไม่ต้องเปลี่ยนน้ำใหม่

สั่งซื้อ Liquid Floculant 

3. ควบคุมเชื้อโรคด้วยคลอรีนแบบระยะยาว

Chlorine Tablet 200 กรัม 3 ก้อน ต่อสระ 50 m³

การฆ่าเชื้อที่ดี ไม่จำเป็นต้องใช้คลอรีนแรง แต่ต้องมีคลอรีนอยู่ในน้ำอย่างสม่ำเสมอ
การใช้คลอรีนแบบก้อนละลายช้า ใส่ในทุ่นลอย จะช่วยให้คลอรีนค่อย ๆ ละลายและมีอยู่ในสระทุกวัน

โดยปกติ สระ 50 m³ ใช้ประมาณ 2 ก้อน
แต่ในกรณีปิดสระหลายวัน แนะนำเพิ่มเป็น 3 ก้อน เพื่อให้เพียงพอตลอดช่วง 10 วัน

สั่งซื้อคลอรีน Tablete 1kg 

สั่งซื้อคลอรีน Tablete 5kg  

สั่งซื้อทุ่นจ่ายคลอรีน Laswim


การจัดการระบบสระ แบ่งตามลักษณะระบบควบคุมสระในบ้าน

กรณีที่ 1: บ้านไม่มีระบบควบคุมอัตโนมัติ

ไม่สามารถตรวจสอบหรือสั่งงานระบบผ่านมือถือได้

แนะนำให้ปิดปั๊มและปิดระบบทั้งหมด
ตามหลักความปลอดภัย การปล่อยให้ระบบไฟฟ้าทำงานโดยไม่มีคนอยู่ มีความเสี่ยงมากกว่าประโยชน์

สูตรเคมีที่ใส่ไว้ จะทำหน้าที่ดูแลคุณภาพน้ำแทนระบบได้ตลอดช่วง 7-10 วัน


กรณีที่ 2: บ้านที่มีระบบ Smart Home / Smart App

สามารถตรวจสอบสถานะและสั่งงานระบบจากระยะไกลได้

แนะนำให้เปิดเฉพาะปั๊มน้ำ
เพื่อช่วยให้เกิดการหมุนเวียนน้ำเล็กน้อย
ส่วนระบบเกลือ (Salt Chlorinator) หรือระบบอัตโนมัติอื่น สามารถปิดไว้ได้

ในกรณีนี้ ยังสามารถใช้ สูตรปิดสระ 10 วันสูตรเดียวกัน ได้เช่นกัน


การเปิดใช้งานสระหลังเดินทางกลับ

เมื่อกลับมาถึงบ้าน แนะนำขั้นตอนดังนี้

1.ดูดตะกอนที่ตกอยู่ก้นสระออก
วัดค่าคลอรีนในน้ำ
2.มาตรฐานสระบ้าน: 1-3 ppm
หากไม่เกิน 4 ppm สามารถเล่นน้ำได้
3.หากค่าคลอรีนสูงเกิน
ลดระดับน้ำออกประมาณ 10%
4.เติมน้ำใหม่ แล้ววัดค่าอีกครั้ง
โดยทั่วไป สูตรนี้ใช้คลอรีนแบบละลายช้า จึงไม่ทำให้ค่าคลอรีนพุ่งเกินมาตรฐาน


สรุป

การปิดสระว่ายน้ำช่วงปีใหม่ 7-10 วัน ไม่ใช่เรื่องยาก
หากเข้าใจหลักการและเตรียมน้ำให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น

ไม่ว่าบ้านจะมีระบบ Smart หรือไม่
หากเลือกใช้เคมีให้เหมาะกับขนาดสระ
กลับมาจากต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ
ก็สามารถลงเล่นน้ำในสระว่ายน้ำได้ทันที โดยไม่ต้องล้างสระหรือเปลี่ยนน้ำใหม่

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
“กระบอกเซลล์เครื่องเกลือแตก…สาเหตุจริงไม่ใช่เครื่องห่วย แต่คือ เครื่องทำงานโดยไม่มีน้ำไหลผ่าน "
“กระบอกเซลล์เครื่องเกลือแตก” เป็นปัญหาที่หลายบ้านเจอแล้วตกใจ เพราะเครื่องยังทำงานอยู่ แต่จู่ ๆ มีเสียงดังและมีน้ำรั่วออกมา จนกระบอกพลาสติกใสของเซลล์แตก ความจริงแล้วปัญหานี้มักไม่ได้เกิดจากคุณภาพเครื่องเสมอไป แต่เกิดจาก “เครื่องเกลือทำงานโดยไม่มีน้ำไหลผ่านเซลล์” แม้น้ำจะไม่ไหล แต่น้ำเกลือยังคงขังอยู่ในกระบอก เมื่อเครื่องผลิตคลอรีนจากน้ำเกลือที่ค้างอยู่ คลอรีนจะกลายเป็นแก๊ส ทำให้แรงดันสะสมสูงอย่างรวดเร็ว จนกระบอกเซลล์แตกได้ สาเหตุที่เจอบ่อยคือ 1) ปิดวาล์วน้ำเข้า-ออกเซลล์ตอนดูดตะกอน แล้วลืมเปิดกลับ และ 2) ล้างถังกรอง (Backwash) ในโหมด AUTO ที่ปั๊มและเครื่องเกลือทำงานพร้อมกัน แต่น้ำไหลออกท่อน้ำทิ้ง ไม่ผ่านเซลล์ ปัญหานี้พบมากในเครื่องที่ใช้ Electrodes ตรวจจับน้ำ ซึ่งไม่แม่นยำเมื่อน้ำไม่ไหลแต่ยังขังอยู่ ทางแก้ที่ดีที่สุดคือเลือกเครื่องเกลือที่ใช้ Flow Switch เช่น Laswim SR Serie ซึ่งตัดการทำงานทันทีเมื่อไม่มีน้ำไหลจริง ช่วยลดความเสี่ยง แตก รั่ว และยืดอายุการใช้งานได้อย่างชัดเจน
วิธีเลือก WATERSTOP ให้เหมาะกับสระว่ายน้ำ ตามขนาดความหนาคอนกรีตพื้น/ผนัง  (ฉบับ WINWINPOOL)**
⭐ แนะนำการเลือก Waterstop ให้เหมาะกับสระว่ายน้ำ การเลือก Waterstop สำหรับงานสระว่ายน้ำเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันการรั่วซึมบริเวณรอยต่อคอนกรีต ไม่ว่าจะเป็นพื้น–ผนัง รอยต่อเทคอนกรีต หรือจุดที่มีการขยับตัวของโครงสร้าง เช่น Expansion Joint การเลือกขนาดและความหนาที่ถูกต้องช่วยลดปัญหารั่วซึมระยะยาวและยืดอายุการใช้งานของสระได้อย่างมาก หลักการเลือกคือ ให้สัมพันธ์กับความหนาของผนังหรือพื้นสระ เช่น ผนังสระ 15–20 ซม. เหมาะกับ Waterstop กว้าง 6 นิ้ว ส่วนผนัง 20–25 ซม. ควรใช้รุ่นกว้าง 8 นิ้ว นอกจากนี้จำนวนปุ่มและความหนาก็สำคัญ รุ่น 3 ปุ่มเหมาะกับงานที่ต้องการแรงยึดเกาะสูงหรือมี Movement ในขณะที่รุ่น 2 ปุ่มเหมาะสำหรับงานทั่วไป Winwinpool แบ่ง Waterstop ออกเป็น 6 รุ่น ได้แก่ Type A, AA, B, BB, C และ CC เพื่อให้เลือกได้เหมาะสมกับประเภทงานและมาตรฐานโครงสร้างของสระว่ายน้ำแต่ละแบบ
คลอรีน 90% จำเป็นต่อทุกสระว่ายน้ำ ทำไมต้องมีติดบ้านไว้เสมอ?
คลอรีน 90% เป็นสารฆ่าเชื้อหลักที่จำเป็นสำหรับทุกสระว่ายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นระบบเกลือ น้ำแร่ Ionizer Ozone UV หรือระบบสุขภาพอื่น ๆ เพราะระบบเหล่านั้นทำหน้าที่เป็นระบบรองในการบำบัดน้ำ ไม่สามารถฆ่าเชื้อได้รวดเร็วเท่าคลอรีน ในกรณีที่น้ำเริ่มขุ่น มีกลิ่น หรือมีผู้ใช้จำนวนมาก ควรเติมคลอรีนเพื่อฟื้นคุณภาพน้ำทันที และควรรักษาระดับคลอรีนขั้นต่ำที่ 0.5 ppm เพื่อป้องกันเชื้อโรคใหม่ที่เข้าสู่สระอย่างต่อเนื่อง การมีคลอรีนสต็อกไว้ที่บ้านช่วยให้คุณรับมือได้ทันเวลาและปกป้องสุขภาพผู้ใช้สระได้อย่างมีประสิทธิภาพเสมอ ควรเก็บคลอรีนไว้ในที่แห้ง ห่างความชื้น และปิดฝาให้สนิททุกครั้งหลังใช้งาน เพื่อคงประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อให้ดีที่สุด หากต้องการคำแนะนำการเลือกคลอรีนหรือปริมาณการใช้เพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ทุกเวลา
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ