แชร์

ทำไมไม่ควรทำ ทรายล้าง ภายในสระว่ายน้ำ การเลือกวัสดุปูพื้นสระว่ายน้ำถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมีผลต่อความปลอดภัย ความทนทาน และค่าใช้จ่ายในการดูแลระยะยาว ซึ่ง ทรายล้าง หรือ Wash Sand Finish แม้จะเป็นวัสดุที่นิยมใช้บริเวณรอบสระ แต่ ไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จ

อัพเดทล่าสุด: 4 ธ.ค. 2025
325 ผู้เข้าชม

ทำไมไม่ควรทำ ทรายล้าง ภายในสระว่ายน้ำ
การเลือกวัสดุปูพื้นสระว่ายน้ำถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมีผลต่อความปลอดภัย ความทนทาน และค่าใช้จ่ายในการดูแลระยะยาว ซึ่ง ทรายล้าง หรือ Wash Sand Finish แม้จะเป็นวัสดุที่นิยมใช้บริเวณรอบสระ แต่ ไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้ภายในตัวสระ

ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้


1. คลอรีนและสารเคมีกัดกร่อนพื้นผิว
ผิวทรายล้างไม่ถูกออกแบบมาให้ทนสารเคมีแรง ๆ อย่างคลอรีน เมื่อใช้ไปไม่นาน สารเคมีจะทำให้ผิวหน้าทรายแตก สึก และ เม็ดทรายหลุดออกจากผิว ส่งผลให้พื้นผิวเสื่อมสภาพเร็วมากกว่าวัสดุสระมาตรฐาน


️ 2. เม็ดทรายหลุดเข้าไปในปั๊มน้ำและระบบกรอง
เมื่อเม็ดทรายหลุดออกมา จะถูกกระแสน้ำดูดเข้าไปในระบบกรอง และอาจไปติดค้างที่

ใบพัดปั๊มน้ำ (Impeller)
ชุดซีลปั๊ม (Mechanical Seal)
วาล์ว หรือท่อส่งน้ำ
การสะสมของเม็ดทรายทำให้ ใบพัดปั๊มสึกหรอ เสียงดัง แรงดันตก และอาจทำให้ปั๊มชำรุดจนต้องเปลี่ยนใหม่ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมาก


3. สะสมตะไคร่และสิ่งสกปรกได้ง่าย
ผิวทรายล้างมีความขรุขระสูง ทำให้เกิดปัญหา

ตะไคร่เกาะแน่น
ทำความสะอาดยาก
สีพื้นสระไม่สวยสม่ำเสมอ
ผิวอมคราบแม้จะล้างแล้วก็ตาม
นี่อาจทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกว่าสระไม่สะอาด แม้จะดูแลอย่างดีแล้วก็ตาม


4. ผิวหยาบเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ
พื้นผิวทรายล้างอาจทำให้

เท้า
เข่า
ศอก
เกิดการถลอกหรือบาดเจ็บได้ง่าย โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ


5. สิ้นเปลืองค่าบำรุงรักษาในระยะยาว
เนื่องจากมีการหลุดร่อน สะสมตะไคร่ และทำความสะอาดยาก ทำให้ต้อง

ล้างระบบบ่อย
เติมคลอรีนมากขึ้น
ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนปั๊มเร็วขึ้น
รีโนเวทพื้นผิวภายในสระก่อนกำหนด
ทั้งหมดนี้ทำให้ค่าใช้จ่ายสูงกว่าวัสดุมาตรฐานมาก


แนะนำวัสดุที่เหมาะสมกว่าสำหรับภายในสระ
เพื่อยืดอายุการใช้งานและลดปัญหา เราแนะนำให้เลือกวัสดุที่ออกแบบมาสำหรับสระว่ายน้ำโดยเฉพาะ ได้แก่

กระเบื้องโมเสกคุณภาพสูง
กระเบื้องเคลือบชนิดพิเศษสำหรับสระ
เคลือบผิวสระแบบอีพ็อกซี่หรือพูลโค้ต
ไวนิลไลน์เนอร์ (สำหรับสระโครงสร้างบางประเภท)
วัสดุเหล่านี้ทนต่อสารเคมี ทำความสะอาดง่าย ดูสวยงาม และช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบอุปกรณ์สระว่ายน้ำทั้งหมด


⭐ สรุป
ทรายล้างเหมาะเฉพาะบริเวณ รอบสระ เท่านั้น ไม่เหมาะกับ ภายในสระ เพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายกับพื้นผิว ระบบกรอง ปั๊มน้ำ และเพิ่มต้นทุนการดูแลรักษาอย่างมีนัยสำคัญ

เลือกวัสดุที่ถูกต้องตั้งแต่แรก ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและทำให้สระสวยทนนานอย่างแท้จริง


 


บทความที่เกี่ยวข้อง
“กระบอกเซลล์เครื่องเกลือแตก…สาเหตุจริงไม่ใช่เครื่องห่วย แต่คือ เครื่องทำงานโดยไม่มีน้ำไหลผ่าน "
“กระบอกเซลล์เครื่องเกลือแตก” เป็นปัญหาที่หลายบ้านเจอแล้วตกใจ เพราะเครื่องยังทำงานอยู่ แต่จู่ ๆ มีเสียงดังและมีน้ำรั่วออกมา จนกระบอกพลาสติกใสของเซลล์แตก ความจริงแล้วปัญหานี้มักไม่ได้เกิดจากคุณภาพเครื่องเสมอไป แต่เกิดจาก “เครื่องเกลือทำงานโดยไม่มีน้ำไหลผ่านเซลล์” แม้น้ำจะไม่ไหล แต่น้ำเกลือยังคงขังอยู่ในกระบอก เมื่อเครื่องผลิตคลอรีนจากน้ำเกลือที่ค้างอยู่ คลอรีนจะกลายเป็นแก๊ส ทำให้แรงดันสะสมสูงอย่างรวดเร็ว จนกระบอกเซลล์แตกได้ สาเหตุที่เจอบ่อยคือ 1) ปิดวาล์วน้ำเข้า-ออกเซลล์ตอนดูดตะกอน แล้วลืมเปิดกลับ และ 2) ล้างถังกรอง (Backwash) ในโหมด AUTO ที่ปั๊มและเครื่องเกลือทำงานพร้อมกัน แต่น้ำไหลออกท่อน้ำทิ้ง ไม่ผ่านเซลล์ ปัญหานี้พบมากในเครื่องที่ใช้ Electrodes ตรวจจับน้ำ ซึ่งไม่แม่นยำเมื่อน้ำไม่ไหลแต่ยังขังอยู่ ทางแก้ที่ดีที่สุดคือเลือกเครื่องเกลือที่ใช้ Flow Switch เช่น Laswim SR Serie ซึ่งตัดการทำงานทันทีเมื่อไม่มีน้ำไหลจริง ช่วยลดความเสี่ยง แตก รั่ว และยืดอายุการใช้งานได้อย่างชัดเจน
ปิดบ้านช่วงปีใหม่ 7-10 วัน  ดูแลสระว่ายน้ำอย่างไรกลับมาแล้วน้ำใส เล่นได้ทันที สะอาด ประหยัด ปลอดภัย
ช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นช่วงเวลาที่หลายครอบครัวต้องเดินทางต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ บ้านจึงถูกปล่อยทิ้งไว้หลายวัน โดยเฉพาะบ้านที่มีสระว่ายน้ำ มักเกิดความกังวลว่าน้ำจะเขียว มีกลิ่น หรือกลับมาแล้วต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการล้างสระหรือเปลี่ยนน้ำใหม่ ความจริงแล้ว การปิดสระว่ายน้ำ 7–10 วันไม่ใช่เรื่องยาก หากเข้าใจหลักการดูแลน้ำที่ถูกต้อง หัวใจสำคัญคือการเตรียมสภาพน้ำให้พร้อมตั้งแต่ก่อนเดินทาง โดยใช้เคมีที่เหมาะสมให้สามารถทำงานแทนการดูแลรายวัน ลดความเสี่ยงจากตะไคร่ เชื้อโรค และสิ่งสกปรกที่สะสมระหว่างช่วงไม่มีคนอยู่ สูตรดูแลสระแบบใส่ครั้งเดียวสำหรับ 10 วันนี้ ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับบ้านพักอาศัยทั่วไป ทั้งบ้านที่ไม่มีระบบควบคุมอัตโนมัติ และบ้านที่สามารถตรวจสอบระบบผ่าน Smart Home หรือ Smart App ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปิดระบบทั้งหมดตลอดเวลา หากเลือกใช้เคมีให้ถูกชนิดและเหมาะสมกับขนาดสระ เมื่อกลับมาจากการเดินทาง คุณจะพบว่าน้ำในสระยังใสสะอาด เพียงดูดตะกอนเล็กน้อย ก็สามารถลงเล่นน้ำได้ทันที โดยไม่ต้องล้างสระหรือเปลี่ยนน้ำใหม่ให้ยุ่งยาก
วิธีเลือก WATERSTOP ให้เหมาะกับสระว่ายน้ำ ตามขนาดความหนาคอนกรีตพื้น/ผนัง  (ฉบับ WINWINPOOL)**
⭐ แนะนำการเลือก Waterstop ให้เหมาะกับสระว่ายน้ำ การเลือก Waterstop สำหรับงานสระว่ายน้ำเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันการรั่วซึมบริเวณรอยต่อคอนกรีต ไม่ว่าจะเป็นพื้น–ผนัง รอยต่อเทคอนกรีต หรือจุดที่มีการขยับตัวของโครงสร้าง เช่น Expansion Joint การเลือกขนาดและความหนาที่ถูกต้องช่วยลดปัญหารั่วซึมระยะยาวและยืดอายุการใช้งานของสระได้อย่างมาก หลักการเลือกคือ ให้สัมพันธ์กับความหนาของผนังหรือพื้นสระ เช่น ผนังสระ 15–20 ซม. เหมาะกับ Waterstop กว้าง 6 นิ้ว ส่วนผนัง 20–25 ซม. ควรใช้รุ่นกว้าง 8 นิ้ว นอกจากนี้จำนวนปุ่มและความหนาก็สำคัญ รุ่น 3 ปุ่มเหมาะกับงานที่ต้องการแรงยึดเกาะสูงหรือมี Movement ในขณะที่รุ่น 2 ปุ่มเหมาะสำหรับงานทั่วไป Winwinpool แบ่ง Waterstop ออกเป็น 6 รุ่น ได้แก่ Type A, AA, B, BB, C และ CC เพื่อให้เลือกได้เหมาะสมกับประเภทงานและมาตรฐานโครงสร้างของสระว่ายน้ำแต่ละแบบ
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ