แชร์

สีของ สายไฟ มีความหมายอย่างไรบ้างนะ ???

อัพเดทล่าสุด: 2 ธ.ค. 2025
13900 ผู้เข้าชม

มาตรฐานสีสายไฟ 

          ปัจจุบันมาตรฐานสีสายไฟได้มีการเปลี่ยนแปลงมาใช้ มอก.11-2553 ซึ่งมาตรฐานเดิมคือ มอก.11-2531 สาเหตุที่เปลี่ยนเนื่องจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ต้องการให้สายไฟทั้งภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือนในประเทศไทย มีมาตรฐานเทียบเท่าสากล (Standards  IEC 60227 )
      หลายคนอาจสงสัยว่า สายไฟแต่ละสีมีความหมายหรือไม่อย่างไร บทความนี้จะช่วยไขข้อข้องใจเหล่านี้ให้หมดไป ด้วยความหมายของแต่ละสีของสายไฟ เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น

สีดำ (เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล) หมายถึง ลวดความร้อน หรือลวดที่มีกระแสไฟฟ้าและนำพลังงานไปสู่วงจรทั้งหมด ส่วนใหญ่จะจ่ายไฟไปยังเต้าเสียบหรือสวิตซ์ไฟฟ้า

สีแดง (เปลี่ยนเป็นสีดำ)  หมายถึง ลวดความร้อนสายที่สองสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ เช่น แอร์, เตาอบ , โทรทัศน์ เป็นต้น

สีน้ำเงิน และ สีเหลือง (เปลี่ยนเป็นสีเทา)  หมายถึง ลวดความร้อน ใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าเคลื่อนที่ ที่ใช้ปลั๊กทั่วไป เช่นพัดลม โคมไฟ เครื่องดูดฝุ่นเป็นต้น

สีขาว หรือ สีเทา (เปลี่ยนเป็นสีฟ้า)  หมายถึง สายกลางที่จำเป็นสำหรับความปลอดภัยของเครื่องใช้ไฟฟ้า

สีเขียว หมายถึง สายดิน ช่วยป้องกันการเกินไฟฟ้าช็อตได้ ช่วยป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าลัดวงจรหรือไฟไหม้

สีของ สายไฟ ตามมาตรฐาน ของประเทศไทยสามารถจำแนกสีได้ดังนี้



สีสายไฟ 

สีดำ (เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล) หมายถึง  L หรือ L1 ขั้วบวกกระแสไฟฟ้าสายที่ 1 
สีแดง (เปลี่ยนเป็นสีดำ) หมายถึง L2 ขั้วบวกกระแสไฟฟ้าสายที่ 2 
สีน้ำเงิน (เปลี่ยนเป็นสีเทา) หมายถึง L3 ขั้วบวกกระแสไฟฟ้าสายที่ 3 
สีขาว หรือ สีเทา (เปลี่ยนเป็นสีฟ้า) หมายถึง N ขั้วลบศักย์ไฟฟ้าต่ำ 
สีเขียว หรือ สีเขียวคาดเหลือง (กำหนดเป็นสีเขียวคาดเหลือง) หมายถึง G สายดิน ช่วยป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าลัดวงจรหรือไฟไหม้ 
 

ความแตกต่างระบบไฟ 1 เฟส และ 3 เฟส ดังนี้ 

ระบบไฟ 1 เฟส ( 220 V ) 

สายเฟสขั้วบวก (L) ฉนวนเป็น สีน้ำตาล 
สายนิวทรัลขั้วลบ (N) ฉนวนเป็น สีฟ้า 
สายดินป้องกันไฟรั่วลัดวงจร (G) ฉนวนเป็น สีเขียวแถบเหลือง 

ระบบไฟ 3 เฟส ( 380 V ) 

สายเฟสขั้วบวก (L1) ฉนวนเป็น สีน้ำตาล 
สายเฟสขั้วบวก (L2) ฉนวนเป็น สีดำ 
สายเฟสขั้วบวก (L3) ฉนวนเป็น สีเทา 
สายนิวทรัลขั้วลบ (N) ฉนวนเป็น สีฟ้า 
สายดินป้องกันไฟรั่วลัดวงจร (G) ฉนวนเป็น สีเขียวแถบหลือง

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
“กระบอกเซลล์เครื่องเกลือแตก…สาเหตุจริงไม่ใช่เครื่องห่วย แต่คือ เครื่องทำงานโดยไม่มีน้ำไหลผ่าน "
“กระบอกเซลล์เครื่องเกลือแตก” เป็นปัญหาที่หลายบ้านเจอแล้วตกใจ เพราะเครื่องยังทำงานอยู่ แต่จู่ ๆ มีเสียงดังและมีน้ำรั่วออกมา จนกระบอกพลาสติกใสของเซลล์แตก ความจริงแล้วปัญหานี้มักไม่ได้เกิดจากคุณภาพเครื่องเสมอไป แต่เกิดจาก “เครื่องเกลือทำงานโดยไม่มีน้ำไหลผ่านเซลล์” แม้น้ำจะไม่ไหล แต่น้ำเกลือยังคงขังอยู่ในกระบอก เมื่อเครื่องผลิตคลอรีนจากน้ำเกลือที่ค้างอยู่ คลอรีนจะกลายเป็นแก๊ส ทำให้แรงดันสะสมสูงอย่างรวดเร็ว จนกระบอกเซลล์แตกได้ สาเหตุที่เจอบ่อยคือ 1) ปิดวาล์วน้ำเข้า-ออกเซลล์ตอนดูดตะกอน แล้วลืมเปิดกลับ และ 2) ล้างถังกรอง (Backwash) ในโหมด AUTO ที่ปั๊มและเครื่องเกลือทำงานพร้อมกัน แต่น้ำไหลออกท่อน้ำทิ้ง ไม่ผ่านเซลล์ ปัญหานี้พบมากในเครื่องที่ใช้ Electrodes ตรวจจับน้ำ ซึ่งไม่แม่นยำเมื่อน้ำไม่ไหลแต่ยังขังอยู่ ทางแก้ที่ดีที่สุดคือเลือกเครื่องเกลือที่ใช้ Flow Switch เช่น Laswim SR Serie ซึ่งตัดการทำงานทันทีเมื่อไม่มีน้ำไหลจริง ช่วยลดความเสี่ยง แตก รั่ว และยืดอายุการใช้งานได้อย่างชัดเจน
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้