แชร์

สีของ สายไฟ มีความหมายอย่างไรบ้างนะ ???

อัพเดทล่าสุด: 2 ธ.ค. 2025
13699 ผู้เข้าชม

มาตรฐานสีสายไฟ 

          ปัจจุบันมาตรฐานสีสายไฟได้มีการเปลี่ยนแปลงมาใช้ มอก.11-2553 ซึ่งมาตรฐานเดิมคือ มอก.11-2531 สาเหตุที่เปลี่ยนเนื่องจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ต้องการให้สายไฟทั้งภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือนในประเทศไทย มีมาตรฐานเทียบเท่าสากล (Standards  IEC 60227 )
      หลายคนอาจสงสัยว่า สายไฟแต่ละสีมีความหมายหรือไม่อย่างไร บทความนี้จะช่วยไขข้อข้องใจเหล่านี้ให้หมดไป ด้วยความหมายของแต่ละสีของสายไฟ เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น

สีดำ (เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล) หมายถึง ลวดความร้อน หรือลวดที่มีกระแสไฟฟ้าและนำพลังงานไปสู่วงจรทั้งหมด ส่วนใหญ่จะจ่ายไฟไปยังเต้าเสียบหรือสวิตซ์ไฟฟ้า

สีแดง (เปลี่ยนเป็นสีดำ)  หมายถึง ลวดความร้อนสายที่สองสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ เช่น แอร์, เตาอบ , โทรทัศน์ เป็นต้น

สีน้ำเงิน และ สีเหลือง (เปลี่ยนเป็นสีเทา)  หมายถึง ลวดความร้อน ใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าเคลื่อนที่ ที่ใช้ปลั๊กทั่วไป เช่นพัดลม โคมไฟ เครื่องดูดฝุ่นเป็นต้น

สีขาว หรือ สีเทา (เปลี่ยนเป็นสีฟ้า)  หมายถึง สายกลางที่จำเป็นสำหรับความปลอดภัยของเครื่องใช้ไฟฟ้า

สีเขียว หมายถึง สายดิน ช่วยป้องกันการเกินไฟฟ้าช็อตได้ ช่วยป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าลัดวงจรหรือไฟไหม้

สีของ สายไฟ ตามมาตรฐาน ของประเทศไทยสามารถจำแนกสีได้ดังนี้



สีสายไฟ 

สีดำ (เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล) หมายถึง  L หรือ L1 ขั้วบวกกระแสไฟฟ้าสายที่ 1 
สีแดง (เปลี่ยนเป็นสีดำ) หมายถึง L2 ขั้วบวกกระแสไฟฟ้าสายที่ 2 
สีน้ำเงิน (เปลี่ยนเป็นสีเทา) หมายถึง L3 ขั้วบวกกระแสไฟฟ้าสายที่ 3 
สีขาว หรือ สีเทา (เปลี่ยนเป็นสีฟ้า) หมายถึง N ขั้วลบศักย์ไฟฟ้าต่ำ 
สีเขียว หรือ สีเขียวคาดเหลือง (กำหนดเป็นสีเขียวคาดเหลือง) หมายถึง G สายดิน ช่วยป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าลัดวงจรหรือไฟไหม้ 
 

ความแตกต่างระบบไฟ 1 เฟส และ 3 เฟส ดังนี้ 

ระบบไฟ 1 เฟส ( 220 V ) 

สายเฟสขั้วบวก (L) ฉนวนเป็น สีน้ำตาล 
สายนิวทรัลขั้วลบ (N) ฉนวนเป็น สีฟ้า 
สายดินป้องกันไฟรั่วลัดวงจร (G) ฉนวนเป็น สีเขียวแถบเหลือง 

ระบบไฟ 3 เฟส ( 380 V ) 

สายเฟสขั้วบวก (L1) ฉนวนเป็น สีน้ำตาล 
สายเฟสขั้วบวก (L2) ฉนวนเป็น สีดำ 
สายเฟสขั้วบวก (L3) ฉนวนเป็น สีเทา 
สายนิวทรัลขั้วลบ (N) ฉนวนเป็น สีฟ้า 
สายดินป้องกันไฟรั่วลัดวงจร (G) ฉนวนเป็น สีเขียวแถบหลือง

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
การวัดค่า pH ในสระว่ายน้ำ  winwinpool
pH ตํ่ากว่า 7.2     ใช้โซดาแอซ (Na2CO3) pH สูงกว่า 7.6      ใช้กรดเกลือ (HCl) หรือ (NaHSO4)
ปิดบ้านช่วงปีใหม่ 7-10 วัน  ดูแลสระว่ายน้ำอย่างไรกลับมาแล้วน้ำใส เล่นได้ทันที สะอาด ประหยัด ปลอดภัย
ช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นช่วงเวลาที่หลายครอบครัวต้องเดินทางต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ บ้านจึงถูกปล่อยทิ้งไว้หลายวัน โดยเฉพาะบ้านที่มีสระว่ายน้ำ มักเกิดความกังวลว่าน้ำจะเขียว มีกลิ่น หรือกลับมาแล้วต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการล้างสระหรือเปลี่ยนน้ำใหม่ ความจริงแล้ว การปิดสระว่ายน้ำ 7–10 วันไม่ใช่เรื่องยาก หากเข้าใจหลักการดูแลน้ำที่ถูกต้อง หัวใจสำคัญคือการเตรียมสภาพน้ำให้พร้อมตั้งแต่ก่อนเดินทาง โดยใช้เคมีที่เหมาะสมให้สามารถทำงานแทนการดูแลรายวัน ลดความเสี่ยงจากตะไคร่ เชื้อโรค และสิ่งสกปรกที่สะสมระหว่างช่วงไม่มีคนอยู่ สูตรดูแลสระแบบใส่ครั้งเดียวสำหรับ 10 วันนี้ ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับบ้านพักอาศัยทั่วไป ทั้งบ้านที่ไม่มีระบบควบคุมอัตโนมัติ และบ้านที่สามารถตรวจสอบระบบผ่าน Smart Home หรือ Smart App ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปิดระบบทั้งหมดตลอดเวลา หากเลือกใช้เคมีให้ถูกชนิดและเหมาะสมกับขนาดสระ เมื่อกลับมาจากการเดินทาง คุณจะพบว่าน้ำในสระยังใสสะอาด เพียงดูดตะกอนเล็กน้อย ก็สามารถลงเล่นน้ำได้ทันที โดยไม่ต้องล้างสระหรือเปลี่ยนน้ำใหม่ให้ยุ่งยาก
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้