แชร์

สีของ สายไฟ มีความหมายอย่างไรบ้างนะ ???

อัพเดทล่าสุด: 2 ธ.ค. 2025
21197 ผู้เข้าชม
สายไฟ

มาตรฐานสีสายไฟ 

          ปัจจุบันมาตรฐานสีสายไฟได้มีการเปลี่ยนแปลงมาใช้ มอก.11-2553 ซึ่งมาตรฐานเดิมคือ มอก.11-2531 สาเหตุที่เปลี่ยนเนื่องจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ต้องการให้สายไฟทั้งภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือนในประเทศไทย มีมาตรฐานเทียบเท่าสากล (Standards  IEC 60227 )
      หลายคนอาจสงสัยว่า สายไฟแต่ละสีมีความหมายหรือไม่อย่างไร บทความนี้จะช่วยไขข้อข้องใจเหล่านี้ให้หมดไป ด้วยความหมายของแต่ละสีของสายไฟ เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น

สีดำ (เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล) หมายถึง ลวดความร้อน หรือลวดที่มีกระแสไฟฟ้าและนำพลังงานไปสู่วงจรทั้งหมด ส่วนใหญ่จะจ่ายไฟไปยังเต้าเสียบหรือสวิตซ์ไฟฟ้า

สีแดง (เปลี่ยนเป็นสีดำ)  หมายถึง ลวดความร้อนสายที่สองสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ เช่น แอร์, เตาอบ , โทรทัศน์ เป็นต้น

สีน้ำเงิน และ สีเหลือง (เปลี่ยนเป็นสีเทา)  หมายถึง ลวดความร้อน ใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าเคลื่อนที่ ที่ใช้ปลั๊กทั่วไป เช่นพัดลม โคมไฟ เครื่องดูดฝุ่นเป็นต้น

สีขาว หรือ สีเทา (เปลี่ยนเป็นสีฟ้า)  หมายถึง สายกลางที่จำเป็นสำหรับความปลอดภัยของเครื่องใช้ไฟฟ้า

สีเขียว หมายถึง สายดิน ช่วยป้องกันการเกินไฟฟ้าช็อตได้ ช่วยป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าลัดวงจรหรือไฟไหม้

สีของ สายไฟ ตามมาตรฐาน ของประเทศไทยสามารถจำแนกสีได้ดังนี้



สีสายไฟ 

สีดำ (เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล) หมายถึง  L หรือ L1 ขั้วบวกกระแสไฟฟ้าสายที่ 1 
สีแดง (เปลี่ยนเป็นสีดำ) หมายถึง L2 ขั้วบวกกระแสไฟฟ้าสายที่ 2 
สีน้ำเงิน (เปลี่ยนเป็นสีเทา) หมายถึง L3 ขั้วบวกกระแสไฟฟ้าสายที่ 3 
สีขาว หรือ สีเทา (เปลี่ยนเป็นสีฟ้า) หมายถึง N ขั้วลบศักย์ไฟฟ้าต่ำ 
สีเขียว หรือ สีเขียวคาดเหลือง (กำหนดเป็นสีเขียวคาดเหลือง) หมายถึง G สายดิน ช่วยป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าลัดวงจรหรือไฟไหม้ 
 

ความแตกต่างระบบไฟ 1 เฟส และ 3 เฟส ดังนี้ 

ระบบไฟ 1 เฟส ( 220 V ) 

สายเฟสขั้วบวก (L) ฉนวนเป็น สีน้ำตาล 
สายนิวทรัลขั้วลบ (N) ฉนวนเป็น สีฟ้า 
สายดินป้องกันไฟรั่วลัดวงจร (G) ฉนวนเป็น สีเขียวแถบเหลือง 

ระบบไฟ 3 เฟส ( 380 V ) 

สายเฟสขั้วบวก (L1) ฉนวนเป็น สีน้ำตาล 
สายเฟสขั้วบวก (L2) ฉนวนเป็น สีดำ 
สายเฟสขั้วบวก (L3) ฉนวนเป็น สีเทา 
สายนิวทรัลขั้วลบ (N) ฉนวนเป็น สีฟ้า 
สายดินป้องกันไฟรั่วลัดวงจร (G) ฉนวนเป็น สีเขียวแถบหลือง

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
คลอรีน 90% จำเป็นต่อทุกสระว่ายน้ำ ทำไมต้องมีติดบ้านไว้เสมอ?
คลอรีน 90% เป็นสารฆ่าเชื้อหลักที่จำเป็นสำหรับทุกสระว่ายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นระบบเกลือ น้ำแร่ Ionizer Ozone UV หรือระบบสุขภาพอื่น ๆ เพราะระบบเหล่านั้นทำหน้าที่เป็นระบบรองในการบำบัดน้ำ ไม่สามารถฆ่าเชื้อได้รวดเร็วเท่าคลอรีน ในกรณีที่น้ำเริ่มขุ่น มีกลิ่น หรือมีผู้ใช้จำนวนมาก ควรเติมคลอรีนเพื่อฟื้นคุณภาพน้ำทันที และควรรักษาระดับคลอรีนขั้นต่ำที่ 0.5 ppm เพื่อป้องกันเชื้อโรคใหม่ที่เข้าสู่สระอย่างต่อเนื่อง การมีคลอรีนสต็อกไว้ที่บ้านช่วยให้คุณรับมือได้ทันเวลาและปกป้องสุขภาพผู้ใช้สระได้อย่างมีประสิทธิภาพเสมอ ควรเก็บคลอรีนไว้ในที่แห้ง ห่างความชื้น และปิดฝาให้สนิททุกครั้งหลังใช้งาน เพื่อคงประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อให้ดีที่สุด หากต้องการคำแนะนำการเลือกคลอรีนหรือปริมาณการใช้เพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ทุกเวลา
 วิธีแก้ปัญหาเครื่องผลิตคลอรีนจากเกลือ Emaux CyberSync ขึ้น Check Cell / Check Water Level of Cell
⭐ สรุปสั้น ๆ ส่วนใหญ่ปัญหา Check Cell เกิดจากน้ำไม่ไหลหรือสายเซลล์หลวม ตรวจ Flow และขั้วสายให้แน่น ระบบจะกลับมาทำงานและข้อความเตือนจะหายเอง
ปั๊มสระว่ายน้ำ ต่างจากปั๊มน้ำทั่วไปอย่างไร? อธิบายละเอียดทุกมิติ ปี 2026ปั๊มสระว่ายน้ำ ต่างจากปั๊มน้ำทั่วไปอย่างไร? อธิบายละเอียดทุกมิติ ปี 2026
คำถามนี้ดูเหมือนง่าย แต่จริงๆ แล้ว ปั๊มสระว่ายน้ำและปั๊มน้ำทั่วไปต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งในด้านวัสดุ การออกแบบ มาตรฐานความปลอดภัย และวิธีการทำงาน ถ้าเอาปั๊มบ้านมาใช้กับสระว่ายน้ำ อาจเกิดอันตรายร้ายแรง ทั้งต่อผู้ใช้สระและตัวปั๊มเอง บทความนี้จะอธิบาย ทุกความแตกต่างอย่างละเอียด ให้เข้าใจได้ง่ายและนำไปใช้จริงได้
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้